
Wellnex™ Di peptide คือ คอลลาเจน ไดเปปไทด์ (Collagen Di-peptides) ที่คิดค้นและผลิตโดยบริษัท Nitta Gelatin จากประเทศญี่ปุ่น โดยคอลลาเจนไดเปปไทด์คือหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของคอลลาเจน ประกอบด้วยคู่กรดอะมิโนที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactive) สำคัญ 2 ชนิด คือ PO (Prolyl-Hydroxyproline) และ OG (Hydroxyprolyl-Glycine) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำหน้าที่เป็น “สัญญาณ” เข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

Wellnex มีความน่าเชื่อถือสูงมากในระดับสากล ผ่านการการันตีหลายด้าน ได้แก่:
• ผู้ผลิตระดับโลก: บริษัท Nitta Gelatin เป็นผู้นำด้านเจลาตินและคอลลาเจนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี มีโรงงานอยู่ทั่วโลก และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นได้ทำโครงการวิจัยร่วม (Joint research) เพื่อเจาะลึกและพิสูจน์กลไกการทำงานของคู่ไดเปปไทด์ PO และ OG
• รางวัลการันตี: ได้รับรางวัลระดับโลกจากเวที Nutra Ingredients Awards 2021 โดยคว้ารางวัลชนะเลิศ (Winner) ในอเมริกา และเป็นผู้เข้ารอบสุดท้าย (Finalist) ในเอเชีย สาขา “Ingredient of the Year: Beauty from Within”
• การรับรองระดับประเทศ : เป็นคอลลาเจนเปปไทด์ตัวแรกที่ได้รับการรับรองให้สามารถ “ระบุข้อกล่าวอ้างทางสุขภาพลงบนฉลากบรรจุภัณฑ์ได้อย่างถูกกฎหมาย” ของประเทศญี่ปุ่น (Foods with Functional Claims : FFCs) ว่าสามารถช่วย “เพิ่มความชุ่มชื้น” และ “ปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิว” ได้จริง
• งานวิจัยและสิทธิบัตร: มีงานวิจัยทางคลินิกรองรับมากกว่า 60 ฉบับ (เกี่ยวกับ PO และ OG) และได้รับการจดสิทธิบัตร (Patents) คุ้มครองในเรื่องกลไกการออกฤทธิ์ เช่น การช่วยให้ผิวกระจ่างใส, การสร้างอีลาสติน และการสมานแผล
• มาตรฐานความปลอดภัย: มีกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และได้รับการรับรองระบบความปลอดภัยอาหารระดับสากล เช่น FSSC 22000 และ ISO 22000

สิ่งที่ทำให้ Wellnex dipeptide เหนือกว่าคอลลาเจนทั่วไปในท้องตลาด
1. ความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สูงมาก (Highly Concentrated PO & OG): Wellnex Dipeptide มีปริมาณคู่กรดอะมิโน PO และ OG เข้มข้นมากกว่า 3,000 ppm
2. ดูดซึมได้ดีกว่าและตรงจุด (Superior Bioavailability): คอลลาเจนทั่วไปเมื่อกินเข้าไปมักถูกย่อยทำลาย แต่โครงสร้างของ Wellnex มีขนาดโมเลกุลเล็กมาก (เฉลี่ย 1,000 Dalton หรือต่ำกว่า) ทำให้สามารถถูกดูดซึมผ่านลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดในรูปแบบ “ไดเปปไทด์ที่ยังคงสภาพเดิม” ได้ในปริมาณสูง และพุ่งเป้าไปกระตุ้นเซลล์ที่ผิวหนัง กระดูก และข้อต่อได้โดยตรง รวมถึงคงอยู่ในเลือดได้นานกว่าคอลลาเจนทั่วไป
3. ทานในปริมาณน้อยแต่ให้ผลลัพธ์สูง (Low Effective Dose): เนื่องจากสารออกฤทธิ์เข้มข้นมาก งานวิจัยทางคลินิกจึงยืนยันว่าการทาน Wellnex dipeptide เพียง 2.5 กรัมต่อวัน สามารถเห็นผลลัพธ์ด้านผิว (ความชุ่มชื้น, ความยืดหยุ่น) และลดอาการปวดข้อเข่าเสื่อมได้อย่างชัดเจน ภายในเวลาสั้นๆ เพียง 4 สัปดาห์ ซึ่งให้ผลเทียบเท่าหรือดีกว่าคอลลาเจนทั่วไปที่ต้องกินเยอะถึง 5-10 กรัม
4. คุณสมบัติทางกายภาพที่กินง่าย ทำสินค้าได้หลากหลาย: ด้วยเทคโนโลยี Double refined production method ทำให้ Wellnex มีความบริสุทธิ์สูง ไร้ตะกอนความขุ่น แทบไม่มีกลิ่นและรสคาว (Minimal Taste and Odor), ละลายในน้ำเย็นได้ดี ทนต่อความร้อนสูงและทนความเป็นกรดด่าง จึงสามารถผสมในเครื่องดื่ม เจลลี่ กาแฟร้อน หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้โดยไม่เสียรสชาติและสีสันของสินค้านั้นๆ
5. ให้ประโยชน์ครอบคลุมรอบด้าน (Comprehensive Health Benefits): ในขณะที่คอลลาเจนทั่วไปมักเน้นแค่เรื่องผิว แต่ Wellnex พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพองค์รวม ได้แก่:
• ด้านความงาม (Beauty): เพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอย ผิวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำและรอยแดง เสริมเกราะ ป้องกันผิว
• ด้านข้อต่อและกระดูกอ่อน (Joint Health)
◇ ลดอาการปวดข้อเข่าเสื่อม (OA): การทาน Wellnex 2.5 กรัม/วัน เป็นเวลา 30-90 วัน ช่วยให้คะแนนประเมินอาการปวด (WOMAC score) และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมดีขึ้น เทียบเท่ากับการทานคอลลาเจนทั่วไปถึง 10 กรัม
◇ ปกป้องกระดูกอ่อน (Chondroprotective : ปกป้องเซลล์กระดูกอ่อน “จากเอนไซม์และกลไกความเสื่อมของร่างกายที่คอยจะย่อยสลายกระดูกอ่อน (Degradation)” ทำให้ข้อต่อยังคงความแข็งแรงและลดอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อม
• ด้านกระดูก (Bone Health)
◇ ปรับสมดุลการสร้างและสลายกระดูก: PO จะทำหน้าที่ต้านความเสื่อมโดยไป “กระตุ้นเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblasts)” ในขณะที่ OG จะไป “ยับยั้งการทำงานของเซลล์สลายกระดูก (Osteoclasts)”
◇ เพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูก: ช่วยกระตุ้นยีนส์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก ทำให้มวลกระดูกและความแข็งแรงของกระดูกเพิ่มขึ้น
• ด้านการชะลอวัย (Anti-Aging):
◇ ช่วยลดสารพิษ AGEs (สารที่เกิดจาก น้ำตาลส่วนเกินในร่างกายไปจับตัวกับโปรตีนหรือไขมัน ทำให้คอลลาเจนพัง ผิวเหี่ยว และหลอดเลือดแข็งตัว) ทำให้ชะลอความเสื่อมของร่างกาย
◇ ลดภาวะดื้ออินซูลินซึ่งเป็นผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาล
6. ด้านการสมานแผล แผลกดทับ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ (Wound Healing & Muscle)
• เร่งการสมานแผล
• ช่วยให้แผลกดทับ มีขนาดเล็กลง ตื้นขึ้น และหายไวขึ้นกว่าปกติ
• ฟื้นฟูกล้ามเนื้อฉีกขาด: สำหรับแผลผ่าตัดหรือแผลลึกถึงกล้ามเนื้อ
• ช่วยป้องกันการก่อตัวของแผลเป็นนูนและคีลอยด์ในระหว่างกระบวนการสมานแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ (โดยเทคโนโลยีและกลไกนี้อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร JPB 6709440)



